การปลูกยางพารา

การปลูกยางพาราจะแตกต่างกันไปตามชนิดของต้นพันธุ์ยาง ซึ่งในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการปลูกด้วยต้นตอตาและต้นยางชำถุงเท่านั้น เนื่องจากการปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลง มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามาก จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมทำกันในปัจจุบัน

พื้นที่ที่จะใช้ปลูกยาง

ควรใช้ดินที่เหมาะแก่การปลูกยางจริงๆ คือ ต้องเป็นดินร่วน ดินชั้นล่าง ต้องไม่เป็นหินดินดาน หรือลูกรังมากเกินไป หรือเป็นที่ทรายจัด หรือเป็นที่ลุ่มที่ขุดลงไปไม่เกิน ๑.๕ เซนติเมตรก็มีน้ำ หรือเป็นที่ที่น้ำท่วมในฤดูฝนเป็นเวลานานทุกปี ย่อมไม่เหมาะที่จะปลูกต้นยาง ควรจะปลูกพืชยืนต้นอย่างอื่นที่เหมาะกับสภาพของดิน จะได้ประโยชน์มากกว่า

การปลูกสร้างสวนยางให้ได้ผลดี จำเป็นจะต้องศึกษาถึงวิธีปฏิบัติในการปลูก และการบำรุงรักษาสวนยางให้เข้าใจโดยตลอดเสียก่อน

การปลูกยางต้องคำนึงถึงทำเลพื้นที่ปลูกเป็นสำคัญอันดับแรก หากปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำขัง พื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ดินด่าง จะทำให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ยาก ทั้งนี้หากได้พื้นที่ปลูกยางที่เหมาะสมแล้ว การเตรียมหลุมปลูกก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญในลำดับต่อมา ไม่ว่าจะเป็นการปลูกครั้งแรกหรือการปลูกซ้ำในพื้นที่เดิมก็ตาม เกษตรกรควรเตรียมขุดหลุมและผสมดินรองก้นหลุมให้พร้อมปลูกยางใหม่ในช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้

ขนาดหลุมที่เหมาะสม (ตามที่กยท.ให้คำแนะนำ) ควรขุดหลุมให้มีขนาด 50×50×50 เซนติเมตร ส่วนดินที่ขุดขึ้นมาให้แยกเป็น 2 กอง คือ ดินส่วนบนและดินส่วนล่าง โดยปล่อยผึ่งแดดไว้ประมาณ 1 สัปดาห์

เมื่อดินแห้งแล้วให้ย่อยดินจนละเอียด และนำดินส่วนบน(ที่มีธาตุอาหารมากกว่าดินส่วนล่าง)ใส่ก้นหลุมก่อนที่จะนำต้นยางลงปลูก ส่วนดินชั้นล่างให้นำไปผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต (ร็อคฟอสเฟต) อัตรา 170 กรัม คลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ (เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร) ประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อหลุมแล้วใส่กลบที่ด้านบนของหลุม

สุดท้ายกลบดินจนเสมอปากหลุม เหยียบดินรอบๆ ต้นยางให้แน่น โดยพูนดินโคนต้นยางให้สูงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำขังในหลุมหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องขุดหลุมกว้างถึง 50×50×50 ซม. นั่นเป็นเพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้รากสามารถชอนไชหาอาหารได้และหากขุดหลุมขนาดเล็กแค่พอดีปลูกจะทำให้ดินในหลุมค่อนข้างแน่นเกินไป อาจจะทำให้น้ำระบายออกได้ยาก เมื่อเกิดฝนตกหนักจึงมีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังจนรากเน่าและทำให้ต้นยางตายได้

การปลูกด้วยยางชำถุง มีวิธีการปฏิบัติดังนี้

  • ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
  • ใช้ต้นยางชำถุงขนาด 1-2 ฉัตร เลือกต้นที่ฉัตรแก่เต็มที่ สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลงศัตรู
  • ให้รอยต่อระหว่างรากกับตาอยู่ระดับปากหลุม
  • ปลูกหันแผ่นตาไปทางตะวันตก เพื่อป้องกันอาการไหม้จากแสงแดด บริเวณโคนต้น
  • ใช้มีดเฉือนก้นถุงออกประมาณ 2-3 เซนติเมตร นำไปวางบนหลุม แล้วกรีดด้านข้างของถุงให้ขาดออกจากกัน แต่ยังไม่ดึงถุงออก กลบดินลงหลุมจนเกือบเต็มหลุม แล้วดึงถุงพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินในถุงพลาสติกแตก กลบดินจนเสมอปากหลุม และ อัดดินให้แน่นโดยให้บริเวณโคนต้นยางสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อมิให้น้ำขัง
  • หากต้นยางตายหลังปลูก ควรปลูกซ่อมก่อนหมดฤดูฝนอย่างน้อย 2 เดือน และไม่ควรปลูกซ่อมเมื่อต้นยางอายุ 2 ปีขึ้น’ไป แต่ถ้าจะปลูกซ่อมควรใช้ต้นยางที่มีอายุใกล้เคียงกับต้นในหลุมปลูก
  • ก่อนเข้าฤดูแล้ง ควรใช้เศษพืชที่หาได้ในพื้นที่ คลุมบริเวณรอบโคนต้นยาง รัศมี 50-80 เซนติเมตร ห่างจากต้นยางประมาณ 5-10 เซนติเมตร และควรใช้ปูนขาว 1 ส่วน ผสมน้ำ 2 ส่วน หมักแช่ทิ้งค้างคืนทาบริเวณโคนต้นยางสูงขึ้นไปประมาณ 1 เมตร เพื่อป้องกัน ความรุนแรงของแสงแด

พอเราได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพเราเอาไปปลูกเราก็สามารถเอาไปปลูกได้เลย จะมีปัจจัยที่พิจารณา 1.สภาพของพื้นที่ควรเป็นพื้นที่ราบ แต่ในกรณีพื้นที่ลาดชันดินเหมาะปลูกยางพาราไม่ควรลาดชัน 35 องศา มีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการะบายน้ำดี 2. ค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 4.5-5.5 3. ภูมิอากาศ ควรมีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,200 มิลลิเมตร/ปี ขนาดพื้นที่เหมาะสมไม่น้อยกว่า 15 ไร่ หมุนเวียนสลับกันทำ วิธีการปลูกยาง สามารถทำได้โดยการติดตาจะไม่ชะงักการเจริญเติบโต ต้นยางจะเจริญเติบโต ระยะห่างใช้ 3 เมตรคูณระหว่างแถว 7 เมตร สูตรปุ๋ยใช้ 20-10-12 ภาคตะวันเฉียงเหนือ ระยะห่าง 3 เมตรคูณ 7 เมตร สูตรปุ๋ยใช้ 20-8-20 ภาคใต้ การดูแลรักษา หาวิธีการกำจัด ตัดแต่งกิ่งที่ต่ำกว่า 2 เมตร 50 เซนติเมตร

การดูแลรักษา

      ให้ทำการฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสารเร่ง พด.2 ให้พืชปุ๋ยสดทุก 7 วัน อัตรา 2 ลิตรต่อไร่ นำมาเจือจาง 1:1,000 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชปุ๋ยสด และหลังจากปลูกยางพาราแล้ว 15 วัน ให้ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำให้กับยางพาราทางใบ หรือราดรดลงดินทุก 1 เดือน และให้ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำกับพืชตระกูลถั่วที่ปลูกคลุมดินด้วย

การป้องกันกำจัดโรค

      โรคราแป้ง ราสีชมพู โรคใบร่วง และผักเน่า และแมลงต่าง ๆ เช่น ปลวก หนอนทราย รวมทั้งวัชพืชชนิดต่าง ๆ ทำได้โดยใช้สารสกัดธรรมชาติหรือสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การกรีดยางสามารถทำการกรีดยางได้เมื่อต้นยางอายุ 6 ปี ขนาดเส้นรอบวงของลำต้น บริเวณที่ทำการกรีดยางไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร โดยกรีดครึ่งลำต้น ความสูง 150 เซนติเมตร จากพื้นดิน โดยกรีดทำมุม 30 องศา กับแนวระนาบ และเอียงจากซ้ายบนลงมาขวาล่าง ติดรางรองรับน้ำยางห่างด้านหน้าประมาณ 30 เซนติเมตร และติดลวดรับถ้วยน้ำยางให้ห่างจากรางรองรับน้ำยางลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร กรีดยางให้ลึกใกล้เนื้อไม้มากที่สุด แต่ไม่ควรถึงเนื้อไม้ เมื่อกรีดยางเสร็จ ควรฉีดพ่นหรือทาบริเวณที่กรีดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำเจือจาง 1:1,000 เพื่อให้ยางมีน้ำยางมากที่สุด ยืดอายุการกรีดยางและต้นยางเสียหายน้อยที่สุด

ต้นกล้า ยางพารา พร้อมจำหน่าย
ชาวสวนท่านใด สนใจ ต้นยางไปปลูก ไปชำถุง
เรามี พันธุ์ 600/251/3001
ราคาชาวสวน มีทั้งราคาปลีกและส่ง
จัดส่ง 100 ต้นขึ้นไป สนใจทักข้อความ หรือโทร